Login by: Register Login
 

首页             商城介绍         茶品展示        茶叶学堂         安溪铁观音        金骏眉         正山小种       大红袍       礼品茶      在线订购       联系我们

铁观音纯雅礼和

铁观音66.png

乌龙茶色香韵味
News Detail

吃茶-饮茶-玩茶 喝茶、

  1
Issuing time:2021-11-26 18:58

翻开中华历史的篇章,每一页都浸染着茶香。




一片小小的茶叶,不仅承载着中国文化,还蕴含着健康之道。




诸多茶友以从事茶行业,喝茶、品茶等多种形式,置身茶事、茶道之中。但在大众视野中,茶更多是健康养生的方式之一,用以缓解高压社会带来的焦虑,亚健康等健康隐患。绿色,有机,无污染,便携,潮流等成为市场推动下,茶发展的标签。




抛开市场营销的影响,现代茶有什么特点呢?现代茶叶生产有哪些亮点?怎样喝茶才是健康养生呢?




日前,《生命时报》专访了两位一直致力于茶叶研究的院士,为我们带来了茶文化发展,茶叶健康优势等业界权威解读。




深度好文,值得阅读推荐分享,一起来学茶文化,晓科学喝茶养生!



左:中国工程院院士、中国农业科学院茶叶研究所研究员   陈宗懋


右:中国工程院院士、湖南农业大学教授   刘仲华




“吃茶-饮茶-玩茶”的演变




说起茶的起源和足迹,88岁的陈宗懋院士按照时间线做了详细介绍:“我国茶文化兴于唐,盛于宋,发展至今,经历了‘吃茶-饮茶-玩茶’的演变。”






01



春秋战国:煮熟之后加调料





战国时期,我国第一部药物学专著《神农本草经》记载:“神农尝百草,一日遇七十二毒,得荼而解之。”荼即茶,彼时的茶叶还是一种药用植物。春秋时期,人们把茶煮熟后加上调味料,作为蔬菜配饭食用。




西汉辞赋家王褒的《僮约》记载:“烹荼尽具”“武阳买茶”,当时人们把茶用来烹煮饮品,并出现了专门的茶具,这也是饮茶文化形成的重要时期。



汉朝《煮茶图》






02



唐朝:煮茶、煎茶盛行





到唐朝,茶圣陆羽的《茶经》标志着茶文化进入兴盛时期,煮茶、煎茶、饮茶之风扩散到民间,茶成为一种家常饮品。




唐朝人发明了蒸青制茶法,即把新鲜茶叶洗净、蒸后制成茶饼烘干,需要时就取一点来煮,煮茶讲究三沸:




一沸,加点盐,煮至水中微有声,气泡像鱼眼;


二沸,先舀出一瓢水,再放入茶末,煮至锅边气泡像连珠;


三沸即全沸,再加入二沸时舀出的水,便可饮茶汤、嚼茶叶。




由于唐朝佛教文化鼎盛,当时的日本等国纷纷派遣唐使、留学生来学习,茶叶因气味清香又提神醒脑,深受喜爱,茶文化也因此走出了国门。



《唐人宫乐图》重现"煎茶"场景






03



宋朝:点茶、斗茶流行





宋承唐代饮茶之风,日益普及,并将其发展到新的高度,专业的茶师、茶学评论、文学艺术作品纷纷涌现。




宋朝人的饮茶方式称为点茶和斗茶。




点茶即将研细后的茶末放在茶盏中,先冲入少许沸水点泡,把茶末调匀,然后慢慢注入沸水,用茶筅(一种调茶工具)去拂,调匀后即可饮用原汁原味的茶水;




斗茶则是为了评比茶的品质,当时在闽北最盛行,诗人范仲淹将其生动地描写为“北苑将期献天子,林下雄豪先斗美”。



宋朝《撵茶图》中点茶场景




茶被用作珍贵礼品送给外国使臣,中国茶道正式传入日本,到现在日本盛行的茶道还是点茶法。






04



明朝:茶叶在欧洲流行




明朝末年,荷兰人将茶籽由澳门运销到爪哇(今印度尼西亚爪哇岛一带),再传到英国等欧洲各地。




陈宗懋院士介绍,在公元17世纪,葡萄牙公主凯瑟琳“嗜茶如命”,她嫁给英国国王查尔斯二世的嫁妆中就有两大箱茶叶,当时一些年长的大臣患有胃病,西医无法治愈,凯瑟琳就尝试调配了不同的茶叶给他们饮用,将病症全部治愈。




凯瑟琳公主品茶




茶叶的健康功效由此被英国上层社会广泛推崇,并渐渐发展到平民百姓中,流传出“不可一日无茶”的说法。当时,英国需要从中国进口大量茶叶,财政压力不小,于是便开始向中国输出鸦片,成为鸦片战争背后的一个原因。




值得一提的是,英国人还将茶籽引入当时的殖民地印度、非洲种植,推动了饮茶的全球流行和茶文化传播。






05



现代:喝茶、吃茶、玩茶





到现代社会,无论中外,茶叶都已成为常见的健康饮品,且呈多元化发展。人们不仅日常泡茶、煮茶,还将茶嫩叶制成抹茶粉,加入到饼干、冰激凌等各种食物中,甚至很多人开始“玩茶”,比如养茶宠、拓展茶园旅游等。



喝绿茶有3大健康优势



一片茶叶里,蕴藏了怎样的健康优势?




陈宗懋院士介绍,虽然人们很早就知道喝茶有益健康,但真正开始研究茶叶中的功能成分是从20世纪80年代开始的。当时,我国提出“回归大自然”的口号,传统中医药发展迎来契机,茶叶的健康价值受到越来越多的重视。




“我每年至少可以看到800~1000篇关于茶叶与健康的研究报告。总结来看,喝绿茶至少有三大健康益处:预防心血管疾病及肥胖、预防癌症、预防老年痴呆。”




刘仲华院士一直致力于茶和植物功能成分的利用研究,他告诉《生命时报》记者,近年来,国内外研究者愈发深入地证实了儿茶素、茶黄素、茶氨酸、茶多糖等茶叶主要功能成分对人体健康的益处,比如延缓衰老、调节代谢(糖、脂质、蛋白质代谢)、减肥、调节肠道菌群、调节免疫、抗抑郁、抗炎症、抗病毒抑菌、强壮骨骼等。




概括来说,喝茶最有价值的三个核心健康属性:延缓衰老、调节代谢、增强免疫,长期饮茶有助于身体素质全面提升。




刘仲华院士说,未来会有越来越多的新型茶叶功能成分被分离鉴定出来,现有茶叶活性成分也将有更多的新功能被发掘,同时研究人员必将更清晰地揭示茶叶功能成分之间的多通路、多靶点协同或拮抗作用机制。




但他也提醒:“尽管茶有很好的健康属性,但我们不能把它当作药品来看,更不能期待它包治百病。喝茶是一种健康生活方式,最主要的是感受茶的色香味带来的愉悦心情,同时有效改善人体的健康状况。”




中国茶安全质量有保证



很多消费者喜欢喝茶,却也担心茶叶农药残留问题。刘仲华院士说:“如今,消费者完全不用担心茶叶安全问题,包括农残、重金属、有害生物等方面。”





我国每年产茶近300万吨,其中35万吨左右出口,面临美国、欧盟、日本等发达国家严苛的质量安全检验,茶叶质量安全水平都过关。




根据市场监督部门2020年在全国范围内抽检3万多批茶叶的情况,综合不合格率仅为0.3%~0.4%,其中属于农残问题的不到1/3,这意味着99.9%的茶农残检测是合格的。在检测判定为农残不合格的茶叶中,往往可能是水溶性农药残留超标。另外,我国消费者青睐高端春茶,春茶采收季节,茶园病虫害发生的可能性较低,茶农使用农药的可能性很低。






01



从源头减少农残和重金属





刘仲华院士说,这一成绩得益于国家农业农村部、商务部对茶叶质量安全的高度重视,将农残和重金属作为两大关键安全隐患进行源头防控。




考虑到茶叶冲泡过程,水溶性农药溶出的比例较高,农业农村部出台标准,严禁茶农使用有毒有害的水溶性农药。




当前,茶农使用的农药多是脂溶性农药,冲泡时溶解度非常低。而且,国家允许使用的脂溶性农药都是安全性高、半衰期短、残留低的,消费者不用一谈茶叶就担心农残安全问题。






02



用绿色防控减少农药





陈宗懋院士欣喜地告诉《生命时报》记者,绿色防控技术可使种茶期间不用农药或减少至少70%~80%的农药用量,目前已推广到近万亩茶田。




替代农药的绿色防控方法主要有3种:




不同害虫喜欢不同波长的光源,可用狭波灯来诱杀害虫、保护其天敌。



雌虫靠性信息素吸引雄虫交配,现在可以人工合成比雌虫更具吸引力的“人工性信息素”。每亩茶园放置4个4毫克的小装置,大部分雄虫会被吸引和捕杀。



利用“植物语言”。茶在不同季节和状态下会释放不同气味,形成植物语言,吸引不同害虫。人工模拟害虫喜欢的气味,可将其吸引到特定地点产卵并捕杀。这一方法在浙江省绍兴市御茶村茶园成功应用,几年下来总共抓到约70万头成虫。






03



推动燃料和包装改革,减少污染





近年来,陈宗懋院士又将视角聚焦到更细微、更严苛的茶叶质量问题。他注意到,有时茶叶质量还会受到环境污染物的影响。




例如,茶叶烘干依靠烧煤或烧柴,产生的烟雾中含有大量蒽醌,飘到周围茶田里会造成污染;普通纸板箱因为价格便宜、使用方便,常用来运输茶叶,造纸厂为提高出纸率会添加蒽醌,可能沾染在茶叶上。




于是,陈宗懋院士近期向农业农村部提交报告反映,希望推动茶用燃料和包装的改革,让茶叶质量安全再上一个台阶。



一天、一年、一生


喝茶都要遵循规律




陈宗懋院士长期生活在杭州,谈及饮茶习惯,他说:“我平时喝绿茶更多一些。年轻时每天要泡四五杯茶,现在每天也要3杯。每杯茶大概用3克茶叶,添3次水或感觉味道淡了就倒掉。不过,胃肠不好的人少喝绿茶,可以多喝一些红茶,对肠胃比较好。”




刘仲华院士也分享了他的饮茶建议。






01



六大茶类交替喝





六大茶类色香味上各有风格,健康属性虽大体相同,但功能成分存在差异,交替着喝可以感受六大茶类的风味特性魅力,并将茶的健康价值全覆盖。




绿茶属于不发酵茶,白茶、黄茶属于轻微发酵茶,乌龙茶属于半发酵茶,红茶属于全发酵茶,黑茶属于后发酵茶。如果按照氧化、发酵程度由轻到重排序,依次为绿茶、白茶、黄茶、乌龙茶、红茶、黑茶,这一排序基本符合中医由凉到温的顺序。




喝茶时可以遵循由轻氧化喝到重发酵的规律,比如一天之中,早上喝杯使人兴奋度高的绿茶,让人更有精神,晚上若吃的油腻,喝杯黑茶可辅助代谢。




一年之中,夏天喝刺激性较大、相对凉性的绿茶、白茶去暑,冬天喝刺激性较小、相对温性的红茶、黑茶暖胃。




一生之中,也要随着年龄增大由轻氧化喝到重发酵:年轻时睡眠质量较好,喝杯咖啡因含量较高的绿茶,不会影响睡眠;晚年则往往“坐着打瞌睡,躺下睡不着”,如换成微生物发酵、咖啡因含量较低的黑茶,睡眠不会受到太大影响。当然,以上建议不是绝对的,需要考虑个人饮茶偏好和身体差异。






02



每天9~10克,分三泡饮用





每天喝茶9~10克属于中等量,可早中晚分3次冲泡。研究发现,茶的健康功效也有量效关系,希望通过饮茶获得更多的保健裨益,建议适当提高饮茶量。






03



“隔夜茶”最好不喝





民间一直流传“隔夜茶不能喝”,刘仲华院士说:“如果上午8点泡了一杯茶,下午4点能喝吗?如果晚上10点泡了一杯茶,第二天早上6点还能喝吗?都是间距8小时,前者多数人觉得能喝,后者为什么不能喝?一杯茶泡久了,只是没有刚开始泡时的香气和鲜爽感了,但依然可以喝,不会威胁健康。”




陈宗懋院士也指出,可能存在的致癌物“亚硝胺”经检测完全不存在,但从卫生角度考虑,隔夜茶不提倡喝。

เปลี่ยนบทของประวัติศาสตร์จีน ทุกหน้าจะจมอยู่ในกลิ่นหอมของชา




ชาชิ้นเล็กๆ ไม่เพียงแต่นำพาวัฒนธรรมจีนเท่านั้น แต่ยังมีหลักการของสุขภาพอีกด้วย




เพื่อนชาหลายคนมีส่วนร่วมในพิธีชงชาและพิธีชงชาในรูปแบบต่างๆ เช่น การดื่มชาและชิมชา แต่ในสายตาของสาธารณชน ชาเป็นวิธีการรักษาสุขภาพวิธีหนึ่งที่ใช้เพื่อบรรเทาความวิตกกังวลที่เกิดจากสังคมที่มีความกดดันสูง สุขภาพย่อย และความเสี่ยงด้านสุขภาพอื่นๆ สีเขียว อินทรีย์ ปลอดมลภาวะ พกพาสะดวก ทันสมัย ฯลฯ ได้กลายเป็นฉลากของการพัฒนาชาที่ขับเคลื่อนโดยตลาด




โดยไม่คำนึงถึงอิทธิพลของการตลาด ลักษณะของชาสมัยใหม่คืออะไร? อะไรคือไฮไลท์ของการผลิตชาสมัยใหม่? ดื่มชาอย่างไรให้สุขภาพดี?




ไม่กี่วันที่ผ่านมา "Life Times" ได้สัมภาษณ์นักวิชาการสองคนที่มุ่งมั่นในการวิจัยเรื่องชา โดยนำเสนอการพัฒนาวัฒนธรรมชา ความได้เปรียบด้านสุขภาพของชา และการตีความของผู้มีอำนาจในอุตสาหกรรมอื่นๆ




บทความเชิงลึกดีๆ น่าอ่าน แนะนำและแชร์ มาเรียนรู้วัฒนธรรมการดื่มชาร่วมกัน และเรียนรู้วิธีการดื่มชาเพื่อสุขภาพกันเถอะ!



ซ้าย: Chen Zongmao นักวิชาการของ Chinese Academy of Engineering และนักวิจัยของ Tea Research Institute of the Chinese Academy of Agricultural Sciences


ขวา: Liu Zhonghua นักวิชาการของ Chinese Academy of Engineering และ Professor of Hunan Agricultural University




วิวัฒนาการของ “กินชา-ดื่มชา-เล่นชา”




เมื่อพูดถึงต้นกำเนิดและรอยเท้าของชา นักวิชาการ Chen Zongmao วัย 88 ปี ได้แนะนำรายละเอียดตามไทม์ไลน์ว่า “วัฒนธรรมชาจีนเฟื่องฟูในสมัยราชวงศ์ถังและเฟื่องฟูในราชวงศ์ซ่ง ได้สัมผัสกับวิวัฒนาการของการกินชา ชา-ดื่ม ชา-เล่น ชา'. ."






01



ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงและช่วงสงคราม: ใส่เครื่องปรุงรสหลังทำอาหาร





ในช่วงสงครามระหว่างรัฐ เอกสารเล่มแรกของประเทศของฉันเกี่ยวกับเภสัชวิทยา "Shen Nong's Materia Medica" บันทึกไว้ว่า "Shen Nong ลิ้มรสสมุนไพรร้อยชนิด พบสารพิษ 72 ตัวต่อวัน และกำจัดมันให้หมด" ชาคือชา ในขณะนั้น ชายังคงเป็นยาชนิดหนึ่ง พืช. ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ผู้คนจะต้มชาและเติมเครื่องปรุงเพื่อใช้เป็นผักกับข้าว




"Tong Yue" เขียนโดย Wang Bao กวีแห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันตก บันทึก: "การทำชาเสร็จสมบูรณ์" และ "Wuyang ซื้อชา" ในเวลานั้นผู้คนใช้ชาเพื่อทำเครื่องดื่มและชุดน้ำชาพิเศษก็ปรากฏตัวขึ้น นี้ ยังเป็นส่วนสำคัญของการก่อตัวของวัฒนธรรมการดื่มชาอีกด้วย



"ภาพการทำชา" ในสมัยราชวงศ์ฮั่น






02



ราชวงศ์ถัง: การทำชาและเซนฉะยอดนิยม





ในสมัยราชวงศ์ถัง "Tea Jing" ของนักปราชญ์ชา Lu Yu เป็นจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมชาที่เจริญรุ่งเรือง ลมของการทำชา เซนฉะ และการดื่มชาได้แพร่กระจายไปยังผู้คน และชาก็กลายเป็นเครื่องดื่มที่ปรุงเองที่บ้าน




ชาวราชวงศ์ถังได้คิดค้นวิธีการชงชาเขียวโดยการนึ่ง กล่าวคือ นำใบชาสดมาล้าง นึ่ง และทำเป็นเค้กชาและผึ่งให้แห้ง เมื่อจำเป็นก็นำไปต้มเล็กน้อย ทำด้วยจุดเดือดสามจุด:




นำไปต้ม ใส่เกลือเล็กน้อย ต้มจนน้ำมีเสียงดังเล็กน้อยและฟองอากาศเหมือนตาปลา


สำหรับการเดือดครั้งที่สอง ขั้นแรกให้ตักน้ำออก จากนั้นใส่ผงชาลงไป แล้วปรุงจนฟองที่ด้านข้างหม้อดูเหมือนลูกปัด


การต้มสามครั้งหมายถึงการเดือดเต็มที่ จากนั้นเติมน้ำที่ตักออกมาในระหว่างการเดือดครั้งที่สอง คุณสามารถดื่มซุปชาและเคี้ยวใบชา




เนื่องจากความเจริญรุ่งเรืองของวัฒนธรรมพุทธศาสนาในสมัยราชวงศ์ถัง ประเทศญี่ปุ่น และประเทศอื่นๆ ในขณะนั้นได้ส่งทูตและนักเรียนของ Tang ไปศึกษา ชาเป็นที่ชื่นชอบในเรื่องกลิ่นหอมและความสดชื่น และวัฒนธรรมชาก็ออกนอกประเทศไปด้วย



"Tangren Palace Music Picture" จำลองฉาก "เซนฉะ"






03



ราชวงศ์ซ่ง: การสั่งชาและชาต่อสู้เป็นที่นิยม





รูปแบบของการดื่มชาในราชวงศ์ซ่งและถังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ และได้พัฒนาไปสู่ระดับใหม่ ผู้เชี่ยวชาญด้านชามืออาชีพ การวิจารณ์ชา และงานวรรณกรรมและศิลปะได้เกิดขึ้นทีละน้อย




วิธีการดื่มชาในสมัยราชวงศ์ซ่งเรียกว่าชาจุดและชาต่อสู้




หลังจากสั่งชา ให้ใส่ผงชาที่บดละเอียดลงในถ้วยชา เทน้ำเดือดเล็กน้อยลงไป ผสมผงชาให้ทั่ว แล้วค่อยๆ เทน้ำเดือด ใช้กาน้ำชา (ชนิดของอุปกรณ์ชงชา) คนให้เข้ากัน และผสมให้เข้ากัน ดื่มชาต้นตำรับ;




ชาต่อสู้ถูกนำมาใช้เพื่อประเมินคุณภาพของชา เป็นที่นิยมมากที่สุดในภาคเหนือของฝูเจี้ยนในขณะนั้น กวี Fan Zhongyan อธิบายอย่างชัดเจนว่า "ศาลของ Beiyuan จะนำเสนอจักรพรรดิและวีรบุรุษใต้ป่าจะต่อสู้เพื่อความงาม ."



ฉากสั่งชาในสมัยราชวงศ์ซ่ง "ภาพตามหาชา"




ชาถูกใช้เป็นของขวัญล้ำค่าสำหรับทูตต่างประเทศ พิธีชงชาจีน ได้รับการแนะนำให้รู้จักกับญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ และพิธีชงชาที่ยังคงเป็นที่นิยมในญี่ปุ่นยังคงเป็นวิธีการสั่งชา






04



ราชวงศ์หมิง: ชาเป็นที่นิยมในยุโรป




ในช่วงปลายราชวงศ์หมิง ชาวดัตช์ขนส่งเมล็ดชาจากมาเก๊าไปยังชวา (พื้นที่ของเกาะชวาในอินโดนีเซียในปัจจุบัน) จากนั้นจึงส่งไปยังสหราชอาณาจักรและส่วนอื่นๆ ของยุโรป




นักวิชาการ Chen Zongmao แนะนำว่าในศตวรรษที่ 17 เจ้าหญิง Catherine แห่งโปรตุเกส "เสพชา" ในสินสอดทองหมั้นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวชาร์ลส์ที่ 2 แห่งอังกฤษ มีชาใหญ่อยู่ 2 กล่อง ในขณะนั้นรัฐมนตรีอาวุโสบางคนประสบปัญหากระเพาะ และยาตะวันตกไม่สามารถรักษาได้ , แคทเธอรีนพยายามผสมชาต่างๆ ให้พวกเขาดื่ม และรักษาอาการทั้งหมดให้หาย




เจ้าหญิงแคทเธอรีนชิมชา




ผลกระทบต่อสุขภาพของชาได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางจากชนชั้นสูงของอังกฤษและค่อยๆ พัฒนาขึ้นในหมู่คนทั่วไป มีคำกล่าวว่า "คุณไม่สามารถอยู่ได้โดยปราศจากชาในหนึ่งวัน" ในเวลานั้นอังกฤษจำเป็นต้องนำเข้าชาจำนวนมากจากประเทศจีน และความกดดันทางการเงินก็ไม่น้อย จึงเริ่มส่งออกฝิ่นไปยังประเทศจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลเบื้องหลังสงครามฝิ่น




เป็นมูลค่าการกล่าวขวัญว่าในขณะนั้นชาวอังกฤษยังได้นำเมล็ดชาเข้าสู่อาณานิคมของอินเดียและแอฟริกาด้วย ซึ่งในขณะนั้นได้ส่งเสริมความนิยมในการดื่มชาทั่วโลกและการแพร่กระจายของวัฒนธรรมชา






05



สมัยใหม่: ดื่มชา กินชา เล่นชา





ในสังคมสมัยใหม่ ชาได้กลายเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพทั่วไปทั้งในและต่างประเทศ และมีการพัฒนาในลักษณะที่หลากหลาย ผู้คนไม่เพียงแต่ทำและชงชาทุกวันแต่ยังทำผงมัทฉะจากใบอ่อนของชาและเพิ่มลงในอาหารต่างๆ เช่น บิสกิตและไอศกรีม หลายคนถึงกับเริ่ม "เล่นกับชา" เช่น เลี้ยงสัตว์เลี้ยงชาและ ขยายการท่องเที่ยวสวนชา



การดื่มชาเขียวมีประโยชน์ต่อสุขภาพที่สำคัญ 3 ประการ



ประโยชน์ด้านสุขภาพที่มีอยู่ในชาหนึ่งชิ้นมีอะไรบ้าง?




นักวิชาการ Chen Zongmao แนะนำว่าแม้ว่าผู้คนจะทราบมานานแล้วว่าการดื่มชานั้นดีต่อสุขภาพ แต่การวิจัยเกี่ยวกับส่วนประกอบเชิงหน้าที่ของชาเริ่มขึ้นในทศวรรษ 1980 ในเวลานั้นประเทศของเราได้เสนอสโลแกน "คืนสู่ธรรมชาติ" การพัฒนายาจีนโบราณทำให้เกิดโอกาสและคุณค่าทางสุขภาพของชาได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ




"ฉันสามารถเห็นรายงานการวิจัยเกี่ยวกับชาและสุขภาพอย่างน้อย 800 ถึง 1,000 ทุกปี โดยสรุปแล้ว การดื่มชาเขียวมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างน้อย 3 ประการ ได้แก่ การป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดและโรคอ้วน การป้องกันมะเร็ง และการป้องกันโรคอัลไซเมอร์"




นักวิชาการ Liu Zhonghua มุ่งมั่นที่จะวิจัยเกี่ยวกับการใช้ส่วนผสมของชาและพืช เขาบอกกับนักข่าวของ "Life Times" ว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นักวิจัยในประเทศและต่างประเทศได้ยืนยัน catechins, theaflavins, theanine, tea polysaccharides มากขึ้นเรื่อยๆ ฯลฯ ส่วนประกอบหน้าที่หลักของชามีประโยชน์ต่อสุขภาพของมนุษย์ เช่น การชะลอความแก่ ควบคุมการเผาผลาญ (น้ำตาล ไขมัน การเผาผลาญโปรตีน) การลดน้ำหนัก ควบคุมระบบลำไส้ ควบคุมภูมิคุ้มกัน ต้านอาการซึมเศร้า ต้านการอักเสบ ต่อต้าน -ไวรัส ต้านแบคทีเรีย กระดูกแข็งแรง รอค่ะ




โดยสรุป คุณลักษณะด้านสุขภาพหลักสามประการที่สำคัญที่สุดของการดื่มชา ได้แก่ การชะลอความแก่ ควบคุมการเผาผลาญ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน การดื่มชาเป็นเวลานานช่วยปรับปรุงสมรรถภาพทางกายโดยรวม




นักวิชาการ Liu Zhonghua กล่าวว่าในอนาคตจะมีการแยกและระบุส่วนประกอบการทำงานของชาใหม่ ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ และจะมีการค้นพบฟังก์ชันใหม่ของส่วนผสมที่ใช้งานอยู่ในชาที่มีอยู่มากขึ้น ในเวลาเดียวกัน นักวิจัยจะเปิดเผยส่วนประกอบเชิงหน้าที่ของชาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ชา กลไกของการทำงานร่วมกันหลายเป้าหมายหรือการเป็นปรปักษ์กัน




แต่เขายังเตือนอีกว่า แม้ว่าชาจะมีสรรพคุณทางสุขภาพที่ดี แต่เราไม่สามารถรักษามันให้เป็นยาได้ นับประสารักษาโรคได้ทั้งหมด การดื่มชาเป็นวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดี และที่สำคัญที่สุดคือการได้สัมผัสกับชา อารมณ์ที่น่ารื่นรมย์นำมาจาก สีและกลิ่นหอมในขณะที่ปรับปรุงสุขภาพของร่างกายมนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพ"




รับประกันความปลอดภัยและคุณภาพของชาจีน



ผู้บริโภคจำนวนมากชอบดื่มชา แต่ก็ยังกังวลถึงปัญหาสารกำจัดศัตรูพืชตกค้างในชา หลิว จงหัว นักวิชาการกล่าวว่า "ทุกวันนี้ ผู้บริโภคไม่ต้องกังวลกับความปลอดภัยของชา รวมถึงสารกำจัดศัตรูพืชตกค้าง โลหะหนัก และสิ่งมีชีวิตที่เป็นอันตราย"





ประเทศของฉันผลิตชาเกือบ 3 ล้านตันในแต่ละปี โดยส่งออกไปประมาณ 350,000 ตัน บริษัทต้องเผชิญกับการตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัยที่เข้มงวดในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น




จากสถานการณ์ของฝ่ายควบคุมตลาดในการสุ่มตัวอย่างชาทั่วประเทศในปี 2020 มากกว่า 30,000 ชุด อัตราความล้มเหลวโดยรวมเพียง 0.3% ถึง 0.4% ซึ่งน้อยกว่า 1/3 เป็นสารเคมีตกค้าง ซึ่งหมายความว่า 99.9% ของเกษตรกรผู้ปลูกชา การทดสอบที่เหลือมีคุณสมบัติ ในชาที่ได้รับการพิจารณาว่าไม่มีคุณสมบัติของสารกำจัดศัตรูพืชตกค้าง มักเป็นไปได้ว่าสารกำจัดศัตรูพืชที่ละลายน้ำได้ตกค้างจะเกินมาตรฐาน นอกจากนี้ ผู้บริโภคชาวจีนชอบชาฤดูใบไม้ผลิคุณภาพสูง ในฤดูเก็บเกี่ยวชาฤดูใบไม้ผลิ ความเป็นไปได้ของแมลงศัตรูพืชและโรคในสวนชามีน้อย และเกษตรกรผู้ปลูกชาใช้สารกำจัดศัตรูพืชมีน้อยมาก






01



ลดสารตกค้างจากยาฆ่าแมลงและโลหะหนักจากแหล่งกำเนิด





นักวิชาการ Liu Zhonghua กล่าวว่าความสำเร็จนี้เกิดจากการให้ความสนใจอย่างมากจากกระทรวงเกษตรและกิจการชนบทและกระทรวงพาณิชย์ในด้านคุณภาพและความปลอดภัยของชา และการป้องกันและควบคุมสารกำจัดศัตรูพืชตกค้างและโลหะหนักเป็นความปลอดภัยหลักสองประการ อันตรายจากแหล่งกำเนิด




อัตราการละลายของสารกำจัดศัตรูพืชที่ละลายน้ำได้ค่อนข้างสูงโดยพิจารณาจากขั้นตอนการผลิตชา กระทรวงเกษตรและกิจการชนบทได้ออกมาตรฐานที่ห้ามชาวไร่ชาใช้สารกำจัดศัตรูพืชที่ละลายน้ำได้ซึ่งมีพิษและเป็นอันตราย




ในปัจจุบัน ยาฆ่าแมลงส่วนใหญ่ที่ชาวไร่ชาใช้เป็นสารกำจัดศัตรูพืชที่ละลายในไขมัน ซึ่งมีความสามารถในการละลายต่ำมากในระหว่างการต้มเบียร์ ยิ่งกว่านั้นยาฆ่าแมลงที่ละลายในไขมันที่ได้รับอนุญาตจากรัฐมีความปลอดภัยสูง ครึ่งชีวิตสั้น และสารตกค้างต่ำ ผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องพูดถึงชาเพื่อกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของสารกำจัดศัตรูพืชตกค้าง






02



ใช้การป้องกันและควบคุมสิ่งแวดล้อมเพื่อลดสารกำจัดศัตรูพืช





นักวิชาการ Chen Zongmao บอกกับนักข่าวของ "Life Times" อย่างมีความสุขว่าเทคโนโลยีป้องกันและควบคุมสิ่งแวดล้อมสามารถกำจัดการใช้สารกำจัดศัตรูพืชในระหว่างการปลูกชาหรือลดการใช้สารกำจัดศัตรูพืชได้อย่างน้อย 70% ถึง 80% ขยายไปถึงเกือบ 10,000 หมู่ ของไร่ชา




มีสามวิธีหลักในการป้องกันและควบคุมสิ่งแวดล้อมเพื่อทดแทนสารกำจัดศัตรูพืช:




ศัตรูพืชต่างๆ เช่น แหล่งกำเนิดแสงที่มีความยาวคลื่นต่างกัน และโคมไฟคลื่นแคบสามารถใช้เพื่อล่อและฆ่าศัตรูพืชและปกป้องศัตรูตามธรรมชาติของพวกมัน



ผู้หญิงพึ่งพาฟีโรโมนทางเพศเพื่อดึงดูดผู้ชายให้ผสมพันธุ์ และตอนนี้พวกเขาสามารถสังเคราะห์ "ฟีโรโมนเพศเทียม" เทียมที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจมากกว่าผู้หญิงได้ ใส่อุปกรณ์ขนาดเล็ก 4 มก. ต่อ mu ของสวนชา ตัวผู้ส่วนใหญ่จะถูกดึงดูดและฆ่า



ใช้ "ภาษาพืช" ชาจะปล่อยกลิ่นที่แตกต่างกันในแต่ละฤดูกาลและสถานะ สร้างภาษาพืช และดึงดูดศัตรูพืชที่แตกต่างกัน จำลองกลิ่นของแมลงศัตรูพืช ซึ่งสามารถดึงดูดไปยังสถานที่เฉพาะเพื่อวางไข่และฆ่าพวกมัน วิธีนี้ใช้ได้ผลดีในสวนชาของหมู่บ้าน Yucha ในเมือง Shaoxing มณฑลเจ้อเจียง มีผู้ใหญ่ประมาณ 700,000 คนถูกจับได้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา






03



ส่งเสริมการปฏิรูปเชื้อเพลิงและบรรจุภัณฑ์เพื่อลดมลพิษ





ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นักวิชาการ Chen Zongmao ได้เน้นมุมมองของเขาเกี่ยวกับปัญหาคุณภาพของชาที่ละเอียดและเข้มงวดยิ่งขึ้น เขาสังเกตเห็นว่าบางครั้งคุณภาพของชาก็ได้รับผลกระทบจากมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมเช่นกัน




ตัวอย่างเช่น การทำชาให้แห้งขึ้นอยู่กับการเผาถ่านหรือไม้ และควันที่ผลิตได้มีแอนทราควิโนนจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้เกิดมลพิษเมื่อล่องลอยไปในทุ่งชารอบ ๆ กล่องกระดาษแข็งทั่วไปมักใช้สำหรับขนส่งชาเพราะมีราคาถูกและง่ายต่อการขนถ่าย การใช้งาน อัตราการพิมพ์กระดาษจะเพิ่มแอนทราควิโนนซึ่งอาจปนเปื้อนในชา




ดังนั้น นักวิชาการ Chen Zongmao เพิ่งส่งรายงานไปยังกระทรวงเกษตรและกิจการชนบท โดยหวังว่าจะส่งเสริมการปฏิรูปเชื้อเพลิงชาและบรรจุภัณฑ์ เพื่อยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของชาให้สูงขึ้น



หนึ่งวัน หนึ่งปี ตลอดชีวิต


ปฏิบัติตามกฎเมื่อดื่มชา




นักวิชาการ Chen Zongmao อาศัยอยู่ที่หางโจวเป็นเวลานาน เมื่อพูดถึงนิสัยการดื่มชา เขากล่าวว่า "ฉันมักจะดื่มชาเขียวมากขึ้น เมื่อตอนที่ฉันยังเด็ก ฉันชงชา 4-5 ถ้วยต่อวัน และตอนนี้ฉันต้องการ 3 แก้ว" ถ้วยต่อวัน ชาแต่ละถ้วยใช้ชาประมาณ 3 กรัม , เติมน้ำ 3 ครั้งหรือเทออกเมื่อรู้สึกอ่อน อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีระบบทางเดินอาหารไม่ดีสามารถดื่มชาเขียวได้น้อยลงและสามารถดื่มชาดำได้มากขึ้นซึ่งก็คือ ดีต่อระบบทางเดินอาหาร"




นักวิชาการ Liu Zhonghua ยังได้แบ่งปันคำแนะนำในการดื่มชาของเขาอีกด้วย






01



หกชาหลักที่จะดื่มสลับกัน





ชาทั้ง 6 ชนิดมีสีสันและกลิ่นหอมเป็นของตัวเอง แม้ว่าลักษณะสุขภาพจะใกล้เคียงกัน แต่องค์ประกอบการทำงานก็ต่างกัน การดื่มสลับกันจะสัมผัสได้ถึงเสน่ห์ของคุณลักษณะรสชาติของชาทั้ง 6 และครอบคลุมคุณค่าทางสุขภาพของชาได้อย่างเต็มที่ ชา.




ชาเขียวคือชาที่ไม่ผ่านการหมัก ชาขาวและชาเหลืองเป็นชาที่หมักเล็กน้อย ชาอู่หลงคือชากึ่งหมัก ชาดำคือชาที่หมักเต็มที่ และชาดำคือชาหลังการหมัก ถ้าลำดับของการเกิดออกซิเดชันและการหมักจากเบาไปหนัก ลำดับคือ ชาเขียว ชาขาว ชาเหลือง ชาอู่หลง ชาดำ และชาดำ โดยพื้นฐานแล้วจะเรียงลำดับตาม TCM จากเย็นไปอุ่น




เมื่อดื่มชาคุณสามารถทำตามกฎจากปฏิกิริยาออกซิเดชันเบาไปจนถึงการหมักแบบเข้มข้นได้ เช่น การดื่มชาเขียวในตอนเช้าในตอนเช้าจะทำให้ผู้คนมีความกระตือรือร้นมากขึ้น หากคุณกินมันในตอนกลางคืนให้ดื่มชาดำสักถ้วย สามารถช่วยการเผาผลาญของคุณได้ .




ในระหว่างปี ให้ดื่มชาเขียวและชาขาวที่ระคายเคืองและค่อนข้างเย็นในฤดูร้อนเพื่อบรรเทาความร้อน ดื่มชาดำและชาดำที่ไม่ระคายเคืองและค่อนข้างอุ่นในฤดูหนาวเพื่ออุ่นท้อง




ตลอดชีวิตเมื่อเราอายุมากขึ้น เราต้องดื่มตั้งแต่ออกซิเดชันเล็กน้อยไปจนถึงการหมักอย่างหนัก: คุณภาพการนอนหลับจะดีขึ้นเมื่อคุณยังเด็ก และการดื่มชาเขียวที่มีปริมาณคาเฟอีนสูงจะไม่ส่งผลต่อการนอนหลับ นอนราบและนอนไม่หลับ " หากคุณเปลี่ยนไปดื่มชาดำที่มีการหมักของจุลินทรีย์และมีคาเฟอีนต่ำ การนอนหลับของคุณจะไม่ได้รับผลกระทบมากเกินไป แน่นอนว่าคำแนะนำข้างต้นนั้นไม่แน่นอน คุณต้องพิจารณาถึงความชอบส่วนตัวในการดื่มชาและความแตกต่างทางกายภาพ






02



ดื่ม 9~10 กรัมต่อวันในสามแช่





การดื่มชาวันละ 9-10 กรัมเป็นปริมาณปานกลาง และสามารถชงได้ 3 ครั้งในช่วงเช้า เที่ยงคืน และเย็น จากการศึกษาพบว่าผลกระทบต่อสุขภาพของชายังมีความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณและปริมาณ โดยหวังว่า การดื่มชาจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้น และแนะนำให้เพิ่มปริมาณการดื่มชาอย่างเหมาะสม






03



"ชาค้างคืน" ดีที่สุดที่จะไม่ดื่ม





ผู้คนมักพูดเสมอว่า "คุณไม่สามารถดื่มชาค้างคืนได้" นักวิชาการ Liu Zhonghua กล่าวว่า: "ถ้าฉันชงชาตอน 8 โมงเช้า ฉันจะดื่มตอน 4 โมงเย็นได้ไหม ถ้าฉันชงชาตอน 10 โมง เที่ยงวันรุ่งขึ้นยังดื่มได้มั้ยคะตอน 6 โมงเช้า ? ห่างกัน 8 ชม. คนส่วนใหญ่คิดว่าอย่างแรกดื่มได้ ทำไมหลังจะดื่มไม่ได้ ชงชาสักแก้วนานแล้ว แต่กลิ่นและความสดที่จุดเริ่มต้นของชาไม่มี แต่ก็ยังสามารถเมาได้และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ "




นักวิชาการ Chen Zongmao ยังชี้ให้เห็นว่า "ไนโตรซามีน" สารก่อมะเร็งที่เป็นไปได้นั้นไม่มีอยู่จริงหลังจากการทดสอบ แต่จากมุมมองด้านสุขภาพ ไม่แนะนำให้ดื่มชาข้ามคืน


在线客服
 
 
 
 

ABUIABACGAAg9YKH5QUovczabDCAATi4Aw.jpg


扫描微信订购
 
 

微笑388.jpg

扫一扫微信咨询